เ ธ อ อ ยู่ แ ค่ นั้ น   ฉั น อ ยู่ แ ค่ นี้  *

 

 

 

 

 

“บางทีเราสองคนคงเดินสวนกันมานับครั้งไม่ถ้วน”

...

...

...

 

 

 

ในนิยายเรื่องล่าสุดที่ฉันเขียน

มีประโยคความหนึ่งที่ตัวเอกฝ่ายหญิงพูดกับตัวเอกฝ่ายชายว่า

“คงเพราะเรายังไม่ถึงเวลาที่จะได้เห็นกันมั้งคะ”

ฉันเขียนอย่างนั้น เพราะฉันเชื่อว่ามันเป็นอย่างนั้น

หลายครั้งที่พบว่า ฉันเพิ่งได้รู้จักคนบางคนทั้งที่เราน่าจะได้รู้จักกันมานานแล้ว

บางครั้งเพราะคนที่ฉันรู้จักคือคนที่เขาก็รู้จัก

บางครั้งเพราะการดำเนินชีวิตในช่วงเวลาที่ผ่านมาเราต่างอยู่ในสถานที่ที่ไม่แตกต่าง

 

 

 

 

เช่นเดียวกันกับเธอ

 

 

 

 

 

บ้านของเธออยู่ฝั่งหนึ่งของแม่น้ำ

บ้านของฉันอยู่บนแผ่นดินผืนตรงข้ามกับบ้านเธอ

 

 

 

วัยเด็ก

โรงเรียนของฉันอยู่ฝั่งเดียวกับบ้าน

โรงเรียนของเธออยู่ฝั่งบ้านฉัน

เส้นทางสายกลับจากโรงเรียนของเธอ

ป้ายรถเมล์ที่เธอยืนต่อรถอยู่หน้าโรงเรียนของฉัน

อาจมีสักครั้งที่เธอยืนมองรถเมล์สายที่กำลังรอ

และฉันยืนจับกลุ่มคุยกับเพื่อนร่วมชั้นว่าจะไปเดินเล่นหลังเลิกเรียนที่ไหนดี

รถเมล์สายที่เธอขึ้นกลับบ้าน

อาจมีสักครั้งที่ฉันเดินตามหลังเธอขึ้นรถไป

เพื่อจะข้ามฟากแม่น้ำไปเดินหาซื้อของ กระทั่งหาร้านนั่งกินขนมกับเพื่อน

 

 

 

วัยรุ่น

มหาวิทยาลัยของเธอยังคงอยู่ฝั่งบ้านฉัน

ในขณะที่ฉันต้องข้ามแม่น้ำไปเรียนฝั่งบ้านเธอ

อาจมีสักครั้งที่เธอใช้เวลาหลังเลิกเรียนเตร็ดเตร่ที่ห้างสรรพสินค้าใกล้มหาลัย

และฉันเลือกใช้เวลาหลังเลิกเรียนมาเดินเล่นที่ห้างใกล้บ้านนั่น

ร้านอาหารในห้างที่ขายเหล้า

อาจมีสักครั้งที่เธอกำลังนั่งดื่มอย่างเฮฮากับเพื่อน

และฉันนั่งเงียบ ๆ ที่โต๊ะอีกตัวใกล้ ๆ เพื่อกินข้าว

 

 

 

วัยทำงาน

จังหวัดที่เธอถูกบริษัทส่งตัวไป

เป็นจังหวัดที่ฉันเดินทางเข้าออกแทบจะตลอดเวลา

อาจมีสักครั้งที่เราบังเอิญเจอ – มองหน้ากันแล้วผ่านเลยไป

 

 

 

 

 

ในวันที่ยังไม่ถึงเวลาได้เห็นกัน

“เธอคือใคร” ฉันไม่รู้

“ฉันคือใคร” เธอก็คงไม่รู้

หากเมื่อเราถึงเวลาที่จะได้เห็นกันแล้ว

ฉันรู้ว่า “เธอคือเธอ” เหมือนที่เธอรู้ว่า “ฉันคือฉัน”

 

 

 

 

 

และ

ในวันที่ได้รู้จักกัน

เธอเคยคิดบ้างไหมว่า “บางทีเราสองคนอาจเดินสวนกันมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ห ม ว ด สั ง เ ข ป :

 

๐๑.

ล่องลอยไปไหนนะสายลม

. .

 

๐๒.

ไม่ใช่เรื่องง่าย

ที่จะเจอใครสักคนที่นั่งคุยกันได้ไม่มีเบื่อ

 

๐๓.

“ทะเลหน้าหนาวสวยนะ”

เคยมีคนบอกแบบนั้นเมื่อนานวัน

และฉันพิสูจน์แล้วว่าจริง

 

๐๔.

“ถ้าชอบภูเขาแปลว่ามั่นคง

ถ้าชอบทะเลแปลว่าโลเล”

. . .

แล้วถ้าไม่ว่ายังไงก็ชอบทะเลมากกว่าภูเขาล่ะ

โลเลไหม?

 

๐๕.

เพลงเพราะนะ - ฟังสิ

. . .

 

ผู้หญิงโสมมข้างถนน*
19 พ.ย. 2552 เวลา 00:19 น.

 

ใ ค ร จ ะ รู้ *

 

 

 

ทุกตัวอักษรที่ปรากฏในไดอารี่ออนไลน์นี้ ถือเป็นลิขสิทธิ์ทางปัญญาของผู้เขียน ห้ามคัดลอกก่อนได้รับอนุญาตจากเจ้าของไดอารี่โดยตรง ไม่ว่ากรณีใด
Captcha
โปรดพิมพ์ตัวเลขที่คุณเห็นลงในช่องว่างด้านขวา
อ่านเลขชุดนี้ไม่ออก? ขอตัวเลขชุดใหม่
we are in diaryis.com family | developed by 7republic