มั น ก็ แ ค่ นี้ แ ห ล ะ ชี วิ ต *

 

 

 

 

 

เมื่อวาน..

ขณะนั่งกินข้าวอยู่กับ Daddy

“เดี๋ยววันศุกร์นี้ Mommy จะไปฟิลิปปินส์นะ”

“อืม...”

“Lolo (คุณตา) ไม่ไหวแล้ว เมื่อเช้าเชิญบาทหลวงมาที่บ้านแล้ว”

“แล้วทำไมไม่ไปพรุ่งนี้เลย?”

“เต็มทุก Flight”

“ค่ะ”

...

...

...

 

 

หลังกินข้าวกับ Daddy เสร็จ เดินขึ้นไปหา Mommy ที่เข้าไปนั่งทำงานอยู่ในห้องมะนาว

“มี่... ม่วงซื้อเค้กมาให้ ลงไปกินกัน”

“เค้กอะไรอ่ะ?”

“เค้กลูกพรุน ของ Café de Tu อร่อยนะ”

“อือ เดี๋ยวตามลงไป ขอเสร็จงานตรงนี้ก่อน”

(แล้วฉันก็เดินออกจากห้องมา..)

...

...

...

 

 

ดูจากบทสนทนาข้างต้น

มันเหมือนราวกับว่าพวกเราไม่มีใครอานาทรร้อนใจกับเรื่องราวที่กำลังจะเกิดขึ้น

แต่ไม่ใช่หรอก..

ฉันรู้ว่าทุกคนที่อยู่ในครอบครัวยังเป็นคนที่มีความรู้สึกรู้สา

เพียงแต่ว่า.. พวกเรามองเห็นถึงธรรมชาติของชีวิตแล้ว

 

 

Daddy มักจะพูดให้ฟังเสมอ ๆ ว่า

“ขณะที่ลูก ๆ โตขึ้นอีกหนึ่งปี Daddy – Mommy ก็แก่ขึ้นอีกหนึ่งปีเช่นกัน”

ขณะที่ Mommy มักจะพูดบ่อย ๆ ว่า

“อยากได้หลุมฝังศพของตัวเองที่สุสานนั้น สุสานนี้”

ซึ่ง... ในฐานะของคนเป็นลูก ได้ฟังพ่อ – แม่ พูดแบบนี้

ย่อมรู้สึกไม่ดีเป็นธรรมดา

แต่ก็นั่นแหละ หลังจากที่รู้สึกไม่ดีแล้ว มันควรจะมีอะไรต่อหรือเปล่า...

“จะอยู่กันได้อีกสักคนละกี่ปีกันเชียว”

ประโยคนี้ยิ่งแล้วใหญ่... ฟังแล้วบีบหัวใจอย่างมหาศาล

หากปฏิเสธได้ไหมล่ะว่า “ไม่จริง”

 

 

“คนเราทุกคนต้องตาย”

เราต้องยอมรับ

การสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก ทำให้เราเสียใจ

เราต้องรู้... รู้แล้วเท่าทันกับความจริงของอารมณ์ที่ก่อเกิด

เพราะทุกอย่างมันเป็นสัจธรรม

 

 

บางหนบางครั้งเมื่อเราพบกับการสูญเสีย

อารมณ์อาลัยสั่นสะเทือนให้เราพานอยากตามคนที่เรารักไป ไม่อยากอยู่

แต่มันไม่ใช่เรื่องหรอกที่เราจะใช้น้ำมือของตัวเอง

กระทำการปิดระบบการทำงานที่ยังปกติของร่างกายให้มันตายตามไป

 

 

ใครว่าคนที่ “ฆ่าตัวตาย” เป็นคนที่ไม่รักตัวเอง

ฉันเถียงขาดใจ

เพราะฉันค้นพบด้วยตัวเองว่า

“คนที่ฆ่าตัวตายเป็นพวกที่รักตัวเองมากกว่าใคร”

รักตัวเองชนิดที่ว่าสนใจแต่ความคิด – ความรู้สึกของตัวเอง

จนมองไม่เห็นหัวคนอื่น ไม่คำนึงถึงความรู้สึกของคนอื่นว่า..

หลังจากที่ตัวเองตายไปแล้ว คนที่ต้องอยู่รับรู้เรื่องราวจะเป็นอย่างไร

เรียกสั้น ๆ ง่าย ๆ แบบเบา ๆ ก็ว่า “ตัดช่องน้อยแต่พอตัว”

ถ้าหนัก ๆ หน่อยก็ว่า “เห็นแก่ตัว”

 

 

ฉันพูดได้... ฉันกล้าพูด...

เพราะฉันคือหนึ่งในคนที่เคยคิด และเคยทำอะไรอย่างที่ว่านั่น... มากกว่าหนึ่งครั้งเสียด้วยซ้ำ

 

 

หากความคิดของคนเราเปลี่ยนกันได้

เพราะการเดินทางของชีวิตแต่ละคนนั้นย่อมมีเรื่องราวเกิดขึ้น ซึ่งถือเป็นประสบการณ์

และฉันมองว่าความสุข – ความทุข์ที่เกิดจากแต่ละประสบการณ์นั่นคือเครื่องมืออย่างหนึ่ง

เครื่องมือที่เราควรนำไปใช้กับการเดินต่อไปข้างหน้า

ว่าเราจะกำหนดทิศทางของตัวเองให้เป็นอย่างไร

...

...

...

 

 

Lolo กำลังจะจากไป

ฉันเชื่อว่าพวกเราทุกคนในครอบครัวกำลังเสียใจ

หากแต่ตระหนักคิดในเรื่องของการทำใจ

การสูญเสียเป็นเรื่องน่าสะเทือนใจ แต่ไม่มีประโยชน์ที่จะมานั่งฟูมฟาย

 

 

หากขณะที่ยังมีชีวิต และเราได้ทำดีต่อกันอย่างสุดหัวใจแล้ว

เมื่อถึงเวลาที่คนที่รักต้องจากไป

รำลึกถึงทุกสิ่งที่เคยทำต่อกันไว้ และมองมันอย่างเข้าใจ

ว่าชีวิตต้องเป็นไปอย่างนั้น... ก็พอ

...

...

...

 

 

 

 

ป.ล.

ถ้าไม่ถึงเวลาหมดอายุขัย ไม่จำเป็นหรอกที่จะต้องดิ้นรนอยากตาย

เพราะสุดท้ายยังไง... วันหนึ่งวันใดก็ต้องตายอยู่ดี

...

กระนั้น ใครก็ใคร และแต่ละคนย่อมคิด – เข้าใจไม่เหมือนกัน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ห ม ว ด สั ง เ ข ป :

 


 



ผู้หญิงโสมมข้างถนน*
2 ก.ค. 2552 เวลา 11:08 น.

M a h a l   k i t a   แ ป ล ว่ า   ฉั น รั ก เ ธ อ *

 

 

 

ทุกตัวอักษรที่ปรากฏในไดอารี่ออนไลน์นี้ ถือเป็นลิขสิทธิ์ทางปัญญาของผู้เขียน ห้ามคัดลอกก่อนได้รับอนุญาตจากเจ้าของไดอารี่โดยตรง ไม่ว่ากรณีใด
<< คาสโนวา?*

อนัตตา อนัตตา

hAtOsUng พาเพลินของแท้ แน่นอน
 
2 ก.ค. 2552 เวลา 11:20 น.

ครอบครัวของคุณเข้มแข็ง


เวลาท้อแท้ คุณกลับไปซบท่านนะคะ

ก.แก้ม ปากร้าย
 
2 ก.ค. 2552 เวลา 11:26 น.

เห็น
เข้าใจ
เเละยอมรับ

น้อยคนที่จะยอมรับความจริงในข้อนี้ได้
อย่าว่าเเต่ความตาย
ที่เป็นการลาจากอย่างถาวรเลย

เเค่การลาจาก ชั่วครั้งคราว
ยังทำเอาเป็นทุกข์เเทบเเย่

นับถือครอบครัวพี่เลย ^^

ตัดช่องน้อยเเค่ตัวเอง..
หรือเห็นเเก่ตัว..
=''=
หนูกำลังคิดอยู่เหมือนกัน
เหอๆ เหนื่อยจะมีชีวิตอยู่กิงๆ..
ทว่า..หาวิธีเหมาะๆไม่ได้
กลัวเจ็บ..



mamoo ♥ papoo
 
2 ก.ค. 2552 เวลา 11:45 น.

ละคอนของทุกชีวิต ไม่ว่าเราจะพลัดพรากอย่างไร วันนึงเราก็ต้องได้พบกัน
แต่จะเป็นที่ไหน

Co-op*
 
2 ก.ค. 2552 เวลา 12:03 น.

นึกถึงประโยคหนึ่งของผู้หญิงสีม่วง

บอกว่า

"ปล่อยแล้วต้องวาง.."

ในครั้งนี้

คงเป็นอีกครั้งหนึ่ง

[ โอเล่ ]2 ก.ค. 2552 เวลา 13:28 น.

 



เสียใจด้วยค่ะ

เพราะยังไม่เจอเหตุการณ์ที่ต้องสูญเสียคนในครอบครัว ก็เลยยังไม่รู้ว่าถ้าถึงตอนนั้นแล้วจะรู้สึกยังไง แต่ ตอนนี้ก็กลัวอยู่


Absolutely . . . I'm Bad ^^
 
2 ก.ค. 2552 เวลา 15:52 น.

อ่า

ฉันอ่านจบไม่ได้

เสียใจ

ravipreeya
 
2 ก.ค. 2552 เวลา 17:00 น.

เหมือนกันกับบ้านเรานะม่วง
ชีวิตวนเป็นวงกลม ทุกคนล้วนเดินไปสู่จุดสุดท้าย

กอดเธอ กอดเธอ

romancedisorder*
 
2 ก.ค. 2552 เวลา 21:43 น.

อื่มๆๆ ..

on my bed*
 
3 ก.ค. 2552 เวลา 06:59 น.

ชื่อ :  
อีเมลล์ :  
เว็บไซต์ :  
ข้อความ :  
 
  กรุณาพิมพ์ตัวเลขตามที่เห็น
 
 

 

  กรกฎาคม
อ. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31
[ archive / ไดอารีทั้งหมด ]

- ห นั ง สื อ ข อ ง ฉั น
- แน่หรือว่า...คือนักเขียน?
- my handmade pocket-book

eXTReMe Tracker