จ า ก ล า กั น แ ล้ ว น า ที นี้ *

 

 

 

 

15 มีนาคม 2546

คนรักของฉันประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียชีวิต

อะไรที่กำลังเป็นไปด้วยดีในช่วงเวลานั้น

พังทลายไม่เหลือชิ้นดี และไม่สามารถนำกลับมาประติดประต่อได้อีก

นับแต่วินาทีแรกที่เพื่อนของฉันโทรศัพท์มาแจ้งข่าว

ฉันจำได้ว่ากำลังอยู่บนรถกับครอบครัว

เดินทางกลับจากชลบุรีมุ่งหน้าสู่กรุงเทพฯ

วางสายเพื่อนเมื่อรถกำลังแล่นผ่านสะพานบางปะกง

Mommy หันมาถามว่า “มีอะไรหรือเปล่า?”

ฉันพบว่าตัวของฉันกำลังสั่นกับคำตอบที่กำลังจะตอบ

“ไผ่... ตายแล้ว”

ทันทีที่จบประโยค ทุกคนในครอบครัวฉันส่งเสียงตกใจ

และน้ำตาของฉันเริ่มไหลจากวินาทีนั้น

...

...

...

วินาทีผ่านเป็นนาที

นาทีผ่านเป็นชั่วโมง

ชั่วโมงรวมเป็นวัน

วันผ่านวันเป็นเดือน

ฉันยังคงร้องไห้เกือบตลอดเวลา

พาตัวเองไปเมามายทุกคืนเพื่อที่จะได้หลับ

แล้ววันหนึ่ง wine* เพื่อนตั้งแต่วัยเด็กที่นั่งดูฉันด้วยความเป็นห่วงก็ถามฉันว่า

“อยากลองเล่น diary ไหม?”

ฉันไม่เคยรู้จักว่ามันคืออะไร เพื่อนรักของฉันจึงแนะนำ

ท้ายที่สุดฉันก็กลายเป็นหนึ่งในสมาชิกของ diary online

 

 

 

แรกเริ่ม

ฉันใช้ไดอารี่เพื่อเขียนระบายความเสียใจต่อการสูญเสียคนรัก

นานวันผ่านไปเมื่อกาลเวลาทำหน้าที่เยียวยาความรู้สึก

Diary ของฉันจึงเริ่มมีเรื่องอื่น ๆ

 

 

 

จากวันเป็นเดือน

จากเดือนเป็นปี

หลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้น

หลายสิ่งหลายอย่างจบลง

ฉันได้ “เพื่อน” ใหม่จาก diary

ฉันเสีย “เพื่อน” เพราะ diary

 

 

 

เวลาที่มีปัญหา (ซึ่งบางเรื่องมันก็ไม่เป็นเรื่อง)

คนใกล้ชิดต่างแนะนำว่าให้ล็อค diary

แต่ฉันก็ไม่เคยคิดจะล็อคมันสักครั้ง

 

 

 

จากกลางปี 2546 จนถึงขณะนี้ที่ใกล้จะหมดปี 2552

6 ปีกว่าที่ร่วมหัวจมท้ายกันมา

ร้องไห้กับมัน – หัวเราะกับมัน

เสียใจ – ดีใจ

ฉันพบคำตอบที่ชัดเจนในใจว่า

ฉันรัก diary

 

 

 

ไม่กี่วันมานี้...

สาเหตุบางประการ

ฉันพบว่า “ฉันควรเลิกเขียน diary

เลิกเขียนทั้งที่รัก

เพราะ

ฉันมีอะไรที่รักมากกว่า diary

มันอาจเป็นเหตุผลงี่เง่า

แต่ทำอย่างไรได้ในเมื่อตอนนี้ diary ที่ฉันรัก

ทำให้ฉันเกิดความรู้สึกแย่

Diary ไม่ได้ทำให้ฉันแย่

แต่ community ของคนที่เล่น diary ทำให้ฉันรู้สึกแย่

 

 

 

แรก.. ฉันกะว่าจะเดินจากไปเงียบ ๆ

เพียงแต่ด้วยนิสัยเลว – เลวของฉัน

ที่หนักไปทางชอบหาเรื่อง ทำตัวสงบนิ่งไม่เป็น

ก็เลยมาออกท่ายียวนประกาศว่าจะล็อค diary

ทั้งที่จริงแล้วมันไม่ใช่จุดประสงค์อันเป็นเป้าหมาย

 

 

 

“ ไ ป ล่ ะ น ะ ”

ขอบคุณที่อยู่ด้วยกันมา

ขอบคุณที่รักกัน

ขอบคุณที่ไม่ชอบหน้ากัน

ขอบคุณที่เกลียดกัน

 

“ขอให้ทุกคนดำเนินชีวิตไปตามทางที่ใจอยากให้เป็น”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ห ม ว ด สั ง เ ข ป :

 

๐๑.

ฉันไม่ควรได้รับเกียรติให้เป็นเพื่อนกับคนอย่างเธอ

ไม่ว่าจะอดีต ปัจจุบัน หรืออนาคต

แต่ถึงอย่างไรก็ขอขอบคุณที่ครั้งหนึ่ง

เธอเคยอยู่รับฟังความทุกข์ของฉัน

ขออโหสิที่ฉันอารมณ์ร้าย ขออโหสิที่ปากฉันไม่ค่อยดี

บางกิริยา บางคำพูด อาจไประคาย หรือทำให้เธอรู้สึกไม่ดี

เพียงแต่โดยส่วนตัวระหว่างฉันกับเธอ

ฉันไม่เคยคิดอะไรในทางร้าย

หากแต่ขณะนี้ที่ฉันพบ คือเธอนำเรื่องของฉัน

ไปพูดต่อกับคนอื่นในทางร้าย

ฉันมองว่าเธอทำไปตามนิสัยอย่างไร้เจตนาต่ำ

หากขอให้รู้สึกสักนิดเถิด

ว่าคำพูดที่มันหลุดจากเธอออกไปสู่คนอื่น

มันสะเทือนถึงฉัน และคนที่ฉันรัก

ความจริงเบอร์โทรศัพท์เธอฉันยังมี

msn เธอฉันยังไม่ได้ลบ

แต่ฉันคิดว่าสื่อสารทางวาจากับเธอไป เธอก็คงไม่เข้าใจ

ไม่เข้าใจว่าความผิดพลาดของเธอคืออะไร

ฉันจึงเลือกที่จะเขียนทิ้งไว้

เผื่อเธอจะแวะมาอ่าน หรือจะมีใครไปบอกให้เธอได้อ่าน

และหวังว่าการอ่านตัวอักษรอาจจะทำให้เธอพอเข้าใจ

 

๐๒.

คุณ

ขอโทษที่เขียนถึงในทางร้าย

ด้วยความมุทะลุ และพาลพาโลของฉัน

ฉันคิดว่าคุณรู้ว่าฉันกำลังกล่าวถึงคุณ

 

๐๓.

ใครใน diary ที่ฉันเคยไปสร้างวีรกรรมไว้

ฉันขอเอ่ยคำ "ขอโทษ"

ใครใน diary ที่เคยทำเรื่องไว้กับฉัน

ฉันขอเอ่ยคำ "ไม่เป็นไร"

. . .

ทุกคน

 

๐๔.

Diary นี้เริ่มต้นด้วยเพลงนี้

ขอจบ diary นี้ด้วยเพลงนี้เช่นกัน

. . .

ผู้หญิงโสมมข้างถนน*
29 พ.ย. 2552 เวลา 04:27 น.

ที่ ผ่ า น ม า ก็ เ ป็ น เ กี ย ร ติ เ กิ น พ อ *

 

 

ทุกตัวอักษรที่ปรากฏในไดอารี่ออนไลน์นี้ ถือเป็นลิขสิทธิ์ทางปัญญาของผู้เขียน ห้ามคัดลอกก่อนได้รับอนุญาตจากเจ้าของไดอารี่โดยตรง ไม่ว่ากรณีใด
Captcha
โปรดพิมพ์ตัวเลขที่คุณเห็นลงในช่องว่างด้านขวา
อ่านเลขชุดนี้ไม่ออก? ขอตัวเลขชุดใหม่
we are in diaryis.com family | developed by 7republic